อังกฤษเริ่มประกาศเตือนภัยก่อการร้ายระดับสูงสุด

สหราชอาณาจักร ได้ทำการปรับระดับเตือนภัยเฝ้าระวังการก่อการร้ายในระดับสูงสุด ในเดียวกันตำรวจของอังกฤษก็ยังคงเฝ้าติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุระเบิดบนรถไฟใต้ดิน ณ กรุงLondon หลังจากกลุ่มรัฐอิสลาม ได้ออกมากล่าวอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 29 ราย

นายกรัฐมนตรีนาง Theresa Mary ออกระบุว่า การเตือนภัยขั้นสูงสุดนี้ คือ การระวังภัยก่อการร้ายซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ตัวมาก จากการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดนี้ ทำให้ส่งกองกำลังทหารออไปเป็นจำนวน 1,000 นาย พร้อมอาวุธ เพื่อออกไปช่วยดูแลความปลอดภัยทั่วประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนตำรวจ รวมทั้งเข้าประจำการตามจุดรักษาความปลอดภัยแทนตำรวจในสถานที่สาธารณะชนไม่ได้เข้าถึง และยังเข้าไปช่วยหนุนกำลังตำรวจในงานลาดตระเวนต่างๆ ตามจุดสำคัญของประเทศ และสถานที่ชุมชนแออัด

launches-terrorist

การส่งกองกำลังทหารเข้ามาช่วยตำรวจปฏิบัติหน้าในการปกป้องประเทศ เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วงแรกของ Temperer โดยเป็นแผนที่รัฐบาลใช้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม หลังจากเกิดเหตุโจมตีคอนเสิร์ต ณ สนามกีฬาในเมือง Manchester นายกรัฐมนตรี Theresa Mary ออกมากล่าวว่า ” ประชาชนจะสามารถเห็นการเพิ่มกำลังตำรวจซึ่งพกพาอาวุธ ทั้งในระบบขนส่ง และตามท้องถนน สิ่งเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ว่ามีคนออกมาปกป้องพวกเขา ในขณะเดียวกันก็ยังมีการสืบสวนสอบสวนกันต่อไป ”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้ทำการตอบโต้ข้อความใน Twitter ของนาย Donald Trump ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาออกมาระบุว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุร้ายระเบิดรถไฟใต้ดินครั้งล่าสุด เป็นบุคคลที่ทางตำรวจรู้ตัวอยู่แล้ว เมื่อนาง Theresa Mary เห็นข้อความดังกล่าวก็ออกมาโต้ตอบว่า ” ดิฉันไม่เคยคิดว่าการคาดเดา มันจะสามารถช่วยอะไรได้เกี่ยวกับงานสอบสวนซึ่งกำลังดำเนินอยู่ ”

ข้อความใน Twitter ของประธานาธิบดี Donald Trump ใช้คำเรียกผู้ก่อเหตุว่า ผู้ก่อการร้ายขี้แพ้  และ กลุ่มคนป่วยเป็นบ้า โดยทาง Scotland Yard ก็ทำการเฝ้าติดตามตัวอยู่แล้ว ”

ต่อมา ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2017 ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อช่วยในการหยุดยั้งการก่อการร้ายจากทั่วโลกโดยเป้าหมายคือผู้บริสุทธิ์ และจะทำการต่อสู้กับคตินิยมอย่างสุดโต่งด้วย

เมื่อระบุตัวผู้ก่อเหตุร้ายในครั้งนี้ได้แล้ว ก็ต้องมีการสืบสวนอื่นๆ ว่ามีผู้เกี่ยวข้องอื่นอีกหรือไม่ อีกทั้งยังต้องตรวจหาหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ อีกด้วย โดยหนึ่งในสิ่งซึ่งต้องพิสูจน์ให้ได้เป็นอันดับแรก ก็คือหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุ จงใจให้ระเบิดเกิดการจุดชนวนจริง