ย้อนรำลึก 100 ปี เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย

หากย้อนกลับไปในอดีตกว่าร้อยปีเรื่องการฆ่ากันเองระหว่างมนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ด้วยโลกของเรายังคงไม่ได้เปิดกว้างเหมือนสมัยนี้ คนยุคก่อนมักมองความถูกต้องของตนเองเป็นหลัก ไม่ได้สนใจอะไรกับสิ่งที่คนอื่นคิด หากใครคิดไม่ตรงก็มองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกันมีปัญหาแตกแยกและอื่นๆ อีกมากมายจนนำไปสู่การฆ่า อย่างประเทศอาร์เมเนียเองเมื่อ 100 ปีก่อนพวกเขาต้องพบเจอกับเรื่องราวแสนเลวร้ายช่วงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย

ย้อนรำลึกความทรงจำอันแสนโหดร้ายกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย

หากย้อนกลับไปเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้วในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ต้องยอมรับว่าในยุคนั้นยังคงเป็นยุคแห่งการเข่นฆ่าขนานแท้ ผู้คนสามารถทำร้ายผู้อื่นได้หากมองแล้วว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตนเองจนเกิดการสูญเสีย ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายจำนวนมาก อาร์เมเนียคือหนึ่งในพื้นที่อันแสนโหดร้ายที่ยุคนั้นก็โดนฆ่าเช่นกัน แต่ไม่ใช่การฆ่าธรรมดาเพราะมันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มีผู้คนกว่า 1.5 ล้านคนต้องเสียชีวิตลงซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปยังตัวเลขดังกล่าวแล้ว ก็ต้องยอมรับว่านี่คือตัวเลขที่สูงจริงๆ กับการฆ่าคนกว่าล้านคนเพื่อความต้องการของตนเอง เกียรติยศ ชื่อเสียง มันช่างเป็นช่วงเวลาอันเลวร้าย หดหู่ น่าสลดใจมากๆ กับเรื่องราวตรงนี้ ผ่านมากว่าร้อยปีชาวอาร์เมเนียแม้จะเกิดไม่ทัน แต่ก็ยังคงรู้สึกได้ถึงความโศกเศร้าที่คนในครอบครัวต้องจบชีวิตลงนั่น ทำให้พวกเขาได้มีการจัดพิธีย้อนรำลึก 100 ปี เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนียนี้ขึ้นมา ในอดีตอาร์เมเนียเคยผู้ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมันซึ่งทุกวันนี้ก็คือประเทศตุรกี ก่อนที่จะรวมกับสหภาพโซเวียต ในประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเรื่องราวเอาไว้ว่า ช่วงปี 1915 ทหารแห่งจักรวรรดิออตโตมันได้เริ่มต้นปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย กวาดล้าง ไล่ต้อน ทำร้าย จนชาวอาร์เมเนียเสียชีวิตสูงถึง 1.5 ล้านคน

ขณะเดียวกันพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งนิกายโรมันคาทอลิกได้มีการระบุออกมาว่า เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เหตุการณ์นี้ถือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ครั้งแรกของศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความรู้น่าสนใจคือ ชาวอาร์เมเนียได้รับการจารึกว่าเป็นประเทศแรกของโลกที่รับเอาศาสนาคริสต์เข้ามาเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งศาสนาคริสต์ที่ชาวอาร์เมเนียนับถือเป็นนิกาย อะโพสโตลิค มีความหมายว่าการเผยแพร่เข้ามาของคริสต์ศาสนาจากสาวกหรือลูกศิษย์ของพระเยซู การจัดงานดังกล่าวได้มีผู้นำจาหลายประเทศเข้าร่วมด้วย อาทิ ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสและรัสเซีย เป็นต้น ถือเป็นเหตุการณ์ย้อนรำลึกเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสีย ญาติ และครอบครัว