ก่อการร้ายคนร้ายยิงกราดปารีสคดีติดตัวเพียบ

พบความคืบหน้า เหตุกราดยิงตำรวจ ณ กรุงปารีส จนพบคนร้ายเป็นชายที่มีปัญหาทางจิต แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย ISIS แต่ประวัติทางด้านอาชญากรรมโชกโชน!!

วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560 สำนักข่าว BBC  ออกมารายงานว่า รู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุกราดยิงตำรวจ บริเวณถนน Champs Elysees ณ กรุงปารีสได้แล้ว เขาคือ นาย Karim Cheurfi โดยนาย Cheurfi มีประวัติการก่ออาชญากรรมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีความเชื่อมโยงใดกับกลุ่มก่อการร้ายใดๆทั้งสิ้น แต่พบประวัติว่า เคยทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานมาก่อน และเคยขู่ว่าจะฆ่าตำรวจอีกด้วย

โดยการสืบคดีนี้เพียงไม่นานหลังเกิดเหตุ กลุ่มรัฐอิสลามหรือ IS ได้ออกมาประกาศว่าพวกตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่านาย Abu Yousif นักรบ IS เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ แต่จากการตรวจสอบพบความจริงแล้วว่าไม่ใช่ และคนร้ายตัวจริงมีชื่อว่า Karim Cheurfi ดังที่กล่าวไปข้างต้น ตำรวจฝ่ายสืบสวนของฝรั่งเศสออกมากล่าวว่า ยังไม่ทราบเจตนาอย่างแน่ชัดว่า เหตุใดกลุ่ม IS จึงได้ออกมาประกาศกล่าวอ้างอย่างผิดๆ แต่มันก็ทำให้คิดได้ว่ากลุ่ม IS น่าจะวางแผนก่อการร้ายบางอย่างอยู่แล้ว

Parisfirefighters

นาย François อัยการแห่งเขตปารีส ออกมาเปิดเผยว่า นาย Karim Cheurfi คนร้ายที่ถูกวิสามัญในสถานที่เกิดเหตุนั้น เป็นชาวฝรั่งเศสอายุ 40 ปี อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของกรุงปารีส นาย Cheurfi มีประวัติการก่อการอาชญากรรมมาอย่างโชกโชน เขาเคยถูกจับกุมมาดำเนินคดีมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ค.ศ. 2001ได้ก่อเหตุขโมยรถพร้อมยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตามจับ ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บไป 2 นาย

นาย Karim Cheurfi ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำในปี 2015 และพักอาศัยอยู่ในเขตเชลลส์ ณ กรุงปารีส ในเวลาต่อมาเขาถูกจับกุมอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2017 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกไปจับกุมเขาที่บ้าน เพราะได้รับแจ้งว่านาย Cheurfi มีอาวุธอีกทั้งยังพูดด้วยว่าจะลงมือฆ่าตำรวจ แต่ผลจากการตรวจค้นบ้านของเขาในครั้งนั้นพบ กลับพบเพียงหน้ากาก , กล้อง GoPro และมีดเดินป่า เขาจึงถูกปล่อยตัว เพราะจากหลักฐานเหล่านี้มันอ่อนเกินไปที่จะชี้ว่าเขาจะก่อเหตุฆาตกรรม

ด้านทนายของนาย Karim Cheurfi ได้เปิดเผยว่านาย Cheurfi เป็นผู้มีปัญหาทางจิต อีกทั้งสภาพจิตใจของเขาก็เปราะบางเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ก็ต่างให้การเป็นเสียงเดียวว่านาย Cheurfi ไม่เคยแสดงตนออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่ามีความสนใจในศาสนา หรือนับถือศาสนาใด ๆ ทำให้เป็นการเชื่อได้ยากว่าเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย IS อย่างไรก็ตามสมาชิกครอบครัวทั้ง 3 คน ก็อยู่ในความควบคุมเพื่อทำการสืบสวนกันต่อไป